หน้าแรก | ร่วมสร้างโบสถ์ | สถานที่ปฏิบัติธรรม| รวมเว็บธรรมะ|
หมวด Download ธรรมะรูปแบบหนังสือ
ประวัติพระพุทธเจ้า | หนังสือ กฎแห่งกรรม หลวงพ่อจรัญ | รวมหนังสือธรรมะ|
หนังสือ วิปัสนากรรมฐาน| หนังสือใบไม้ในกำมือ| เจ้าแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์|
หมวด Download ธรรมะรูปแบบเสียง : wma , mp3
เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดร| ทศชาติชาดก | บทสวดมนต์ | เสียงจากหนังสือธรรมะ อ.วศิน|
รวมเสียงธรรมเทศนา | สติ สมาธิ กรรมฐาน เพื่อการหลุดพ้น| หลักกรรม นรก สวรรค์|
   
 
 
รูปภาพเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก 13 กัฑณ์ ขนาด dimensions 591 x 867 : download คลิก
 

เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดร

เป็นประเพณีของไทยมาแต่โบราณกาล คือ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีการจัดเป็นประจำระหว่างเดือน ๑๑ เดือน ๑๒ หรือเดือน ๑ ในปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสม มหาชาติหรือเวสสันดรชาดกประกอบด้วยพระคาถาภาษาบาลี จำนวน ๑,๐๐๐ พระคาถา ลักษณะการเทศน์เรียกว่า เทศน์คาถาพัน หรือเทศน์มหาชาติ มหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ได้มีการแต่งเป็นร่ายยาวด้วยท่วงทำนองอันเพราะพริ้ง และการเทศน์แต่ละกัณฑ์ ก็จะมีท่วงทำนองที่แตกต่างกันออกไป เป็นการสั่งสอนคนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์ รู้จักให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และเป็นการสรรเสริญพระเกียรติคุณขององค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมัยที่พระองค์เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์พระนามว่า เวสสันดรในพระชาติสุดท้ายก่อนที่จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

เชื่อว่าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ จบภายในวันเดียว ผู้นั้นก็จะได้รับอานิสงส์ ๕ ประการ คือ

  • จะได้เกิดในศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยซึ่งจะมาอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
  • จะได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เสวยทิพยสมบัติอันโอฬาร
  • จะไม่ไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต
  • จะเป็นผู้มีลาภ ยศ ไมตรี และความสุข
  • จะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา
Download เสียงธรรม เทศมหาชาติกัณฑ์ที่ 1 - 13 (.wma , .mp3)
 
ในการ download ไฟล์ ให้ทำการคลิกขวาแล้วเลือก Save Target As ถึงจะสามารถ download ได้
กัณฑ์เทศน์ มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก
 
เทศน์ แบบแหล่
 
เทศน์ แบบธรรมดา
 
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 1 กัณฑ์ทศพร คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 2 กัณฑ์หิมพาน คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 3 กัณฑ์ทานกัณฑ์ คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 4 กัณฑ์วนประเวศน์ คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 5 กัณฑ์ชูชก คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 6 กัณฑ์จุลพน คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 7 กัณฑ์มหาพน คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 8 กัณฑ์กุมาร คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 9 กัณฑ์มัทรี คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 10 กัณฑ์สักกบรรพ คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 11 กัณฑ์มหาราช คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 12 กัณฑ์ฉกษัตริย์ คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เสียงเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ 13 กัณฑ์นครกัณฑ์ คลิกขวา Save Target As คลิกขวา Save Target As
เรื่อง พระเวชสันดรชาดก อ่านรายละเอียด คลิก คลิกขวา Save Target As

เทศน์มหาชาติ เนื้อหาโดยย่อ

กัณฑ์ที่ ๑ กัณฑ์ทศพร

กล่าวถึงเหตุที่จะมีเรื่องเวสสันดรชาดกขึ้นกับเล่าเรื่องพระนางผุสดีในอดีตจนถึงทูลขอพร ๑๐ ประการ จากท้าวมัฆวารผู้ภัสดาพระนางผุสดีได้รับพรทิพย์ ๑๐ ประการ ในวันจะเกิดมาเป็นมารดาของพระเวสสันดร ณเมืองสีพีราษฎร์ เมื่อครั้งอดีตกาลที่ล่วงมานครสีพีรัฐบุรีนั้นมีพระราชาพระนามสีพีราช ทรงครองเมืองโดยทศพิธราชธรรมพระราชาทรงยกบัลลังก์ให้พระโอรสขึ้นเสวยราชย์แทน เมื่อเจริญวัยสมควรแล้วพระราชโอรสมีพระนามว่า "สัญชัย" และได้อภิเษกกับพระนางผุสดีพระธิดาแห่งราชากรุงมัททราช พรจากภพสวรรค์แต่ปางก่อนนั้นผุสดีเทวีเสวยชาติเป็นอัครมเหสีของพระอินทร์เมื่อจะสิ้นพระชนมายุจึงขอกัณฑ์ทศพรจากพระอินทร์ได้ ๑๐ ข้อทั้งยังเคยโปรยผงจันทร์แดงถวายพระวิปัสสีพุทธเจ้าและอธิฐานให้ได้เกิดเป็นมารดาพระพุทธเจ้าด้วย พร ๑๐ ข้อนั้นมีดังนี้ ขอให้เกิดในกรุงมัททราช แคว้นสีพี ขอให้มีดวงเนตรคมงามและดำขลับดั่งลูกเนื้อทราย ขอให้คิ้วคมขำดั่งสร้อยคอนกยูง ขอให้ได้นาม "ผุสดี" ดังภพเดิม ขอให้มีพระโอรสเกริกเกียรติที่สุดในชมพูทวีป ขอให้พระครรภ์งามไม่ป่องนูนดั่งสตรีสามัญ ขอให้พระถันเปล่งปลั่งงดงามไม่ยานคล้อยลง ขอให้เส้นพระเกศาดำขลับตลอดชาติ ขอให้ผิดพรรณละเอียดบริสุทธิ์ดุจทองคำธรรมชาติ ขอให้ได้ปลดปล่อยนักโทษที่ต้องอาญาประหารได้

 

กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์

เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชาชนสีพีโกรธแค้นจึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต พระนางเทพผุสดีได้จุติลงมาเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช เมื่อเจริญชนม์ได้ ๑๖ ชันษา จึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมี ให้นามว่า "ปัจจัยนาค" เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา ราชบิดาก็ยกราชสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชบิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดาชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ ชาวกรุงสัญชัย จึงเนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร

 

กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์

เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกมหาสัตสดกทาน คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่ ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลีและกัณหาออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาสบำเพ็ญมหาสัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า โคนม นารี ทาสี ทาสา สรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบานอย่างละ ๗๐๐

 

กัณฑ์ที่ ๔ วนประเวศ

เป็นกัณฑ์ที่สี่กษัตริย์เดินดงบ่ายพระพักตร์สู่เขาวงกต เมื่อเดินทางถึงนครเจตราชทั้งสี่กษัตริย์จึงแวะเข้าประทับพักหน้าศาลาพระนคร กษัตริย์ผู้ครองนครเจตราชจึงทูลเสด็จครองเมือง แต่พระเวสสันดรทรงปฎิเสธ และเมื่อเสด็จถึงเขาวงกตได้พบศาลาอาศรมซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิตตามพระบัญชาของท้าวสักกะเทวราช กษัตริย์ทั้งสี่จึงทรงผนวชเป็นฤๅษีพำนักในอาศรมสืบมา

 

กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก

เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตดามาเป็นภรรยา และหมายจะได้โอรสและธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาส ในแคว้นกาลิงคะมีพราหมณ์แก่ชื่อชูชก พำนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยวขอทานตามเมืองต่างๆ เมื่อได้เงินถึง ๑๐๐ กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับพราหมณ์ผัวเมีย แต่ได้นำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัว เมื่อชูชกมาทวงเงินคืนจึงยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชก นางอมิตดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชก ได้ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี ทำให้ชายในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับภรรยาตน หญิงในหมู่บ้านจึงเกลียดชังและรุมทำร้ายทุบตี นางอมิตดา ชูชกจึงเดินทางไปทูลขอกัณหาชาลีเพื่อเป็นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงเขาวงกตก็ถูกขัดขวางจากพรามเจตบุตรผู้รักษาประตูป่า

 

กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน

เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงกลชูชก และชี้ทางสู่อาศรมจุตดาบส ชูชกได้ชูกลักพริกขิงแก่พรานเจตบุตรอ้างว่าเป็นพระราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงสญชัย จึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤๅษี

 

กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน

เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไปหา เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้คารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและบอกเส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร

 

กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร

เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชูชก พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการพลัดพราก รุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้ว ชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากันลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระ พระเวสสันดรจึงลงเสด็จติดตามสองกุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก

 

กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี

เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่าลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือนอนขวางทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระเวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรงกันแสง เมื่อพระนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบ นางจึงได้ทรงอนุโมทนา

 

กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ

เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัทรี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ

 

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช

เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อนเสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้ ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดาจึงแปลงร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพี พระเจ้ากรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสององค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่นครสีพี

 

กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์

เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า ณ อาศรมดาบสที่เขาวงกต พระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑ เดือน กับ ๒๓ วันจึงเดินทางถึงเขาวงกต เสียงโห่ร้องของทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมารบนครสีพี จึงชวนพระนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา พระนางมัทรีทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดรและเมื่อหกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุดประมาณ รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืนท้าวสักกะเทวราชจึงได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์และทวยหาญได้หายเศร้าโศก

 

กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์

เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนคร พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา พระเจ้ากรุงสญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัทรี และเสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่ประชาชน ท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าพระคลังหลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ

 

   
โปรแกรมช่วย Download เป็นโปรแกรมฟรี
FlashGet    DAP
   

หากท่านมีปัญหาในการ dowmload กรุณาแจ้งเรา ธรรมะสุโข : dhammasukho.net